NEWS & Blog

ข่าวและกิจกรรม
Acrylic Painting for Keirō no Hi

🎨🌸 เติมใจใส่สี วาดภาพแทนคำว่ารัก...

กิจกรรม Acrylic Painting @Aom Studio ได้ชวนเด็กๆ สวมบทศิลปินตัวน้อย ถ่ายทอดความรักและความกตัญญูผ่านปลายพู่กัน 🖌️💝

ในกิจกรรมนี้ เด็กๆ ไม่เพียงแค่ได้สร้างผลงานศิลปะสวยงามเพื่อมอบให้คุณปู่ คุณย่า คุณตา และคุณยายในวัน เคารพผู้สูงอายุ (敬老の日; Keirō no Hi) เท่านั้น 🌸

แต่ยังได้เรียนรู้และพัฒนาอีกมากมาย เช่น

  • ✨ การฝึกสมาธิและความอดทน ผ่านการลงสีอย่างพิถีพิถัน
  • ✨ การใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลงาน
  • ✨ การฝึกกล้ามเนื้อมือและทักษะการใช้เครื่องมือศิลปะ
  • ✨ การสร้างความภาคภูมิใจ เมื่อได้เห็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ด้วยตัวเอง
  • ✨ และที่สำคัญคือ การได้เรียนรู้คุณค่าของ “การมอบ” และ “การขอบคุณ” ผ่านของขวัญจากหัวใจ 💐

📸 มาร่วมเก็บบรรยากาศแห่งรอยยิ้ม ความสุข และความอบอุ่นในกิจกรรมนี้ไปด้วยกันค่ะ ✨

สนใจสอบถามรายละเอียด หรือนัดทดลองเรียน
ติดต่อครูอุ้ม (คุณแม่ลูกเจ็ด นักพัฒนามนุษย์) ได้ทุกช่องทางค่ะ

📞 โทร: 087-484-7887
📱 LINE: คลิกเพื่อแชต
🌐 เว็บไซต์: www.kitamurahouse.com

🎥 Click Video

Thainosaur

📸 ภาพบรรยากาศกิจกรรมการเรียนรู้ Thainosaur @พิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)

“พาเด็ก ๆ ผจญภัยโลกไดโนเสาร์ 🦖✨
เรียนรู้ประวัติศาสตร์และคำศัพท์สนุก ๆ ที่ Thainosaur – Museum Pier
ทั้งสนุก ทั้งได้สาระ เสริมจินตนาการอีกด้วยค่ะ 🌈📚”

📞 โทร: 087-484-7887
📱 LINE: คลิกเพื่อแชต
🌐 เว็บไซต์: www.kitamurahouse.com

🎥 Click Video

KMIIS Parenting Journal

“ในวันที่เด็กเกิดน้อย…ลูกของคุณคือทุนมนุษย์หายากของชาติ”

แต่ถ้าเลี้ยงด้วยคุณภาพ ลูกจะเป็นกำลังสำคัญของอนาคต

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ “เด็กเกิดน้อย” อย่างไม่เคยมีมาก่อน ปี 2024 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 462,000 คน ต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปี และเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขต่ำกว่าครึ่งล้าน ขณะที่อัตราการเกิดเฉลี่ยอยู่เพียง 1.0 ต่อผู้หญิงหนึ่งคน ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร (2.1) อย่างมาก หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป อีกไม่ถึง 60 ปีข้างหน้า ไทยอาจเหลือประชากรเพียง ครึ่งเดียว หรือประมาณ 33 ล้านคนเท่านั้น

ในวันที่เด็กเกิดน้อยลงทุกปี เด็กแต่ละคนจึงไม่ใช่เพียงความหวังของครอบครัว แต่คือ ทุนมนุษย์หายากของชาติ การเลี้ยงดูด้วย “คุณภาพ” จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป

แต่คือภารกิจสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของทั้งประเทศ

12 ปีแรก: รากฐานชีวิตที่ห้ามสูญเปล่า

งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาของ James Heckman เจ้าของรางวัลโนเบล ยืนยันว่า การลงทุนกับเด็กในวัยต้นให้ผลตอบแทนสูงสุด เพราะช่วยสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ สุขภาพที่ดี และลดภาระสังคมในอนาคต ทุก 1 บาทที่ลงทุน สามารถคืนกลับมาได้หลายเท่า

นักจิตวิทยาพัฒนาการ Erik Erikson อธิบายว่า แต่ละช่วงวัยของเด็กเต็มไปด้วย “คำถามชีวิต” ที่ต้องการคำตอบ —

  • 0–1 ปี: โลกนี้ไว้ใจได้ไหม?
  • 1–3 ปี: ฉันทำเองได้ไหม?
  • 3–6 ปี: ฉันริเริ่มสิ่งใหม่ได้ไหม?
  • 6–12 ปี: ฉันเก่งพอไหม?

คำตอบที่เด็กได้รับจะกำหนดบุคลิก ความมั่นใจ ทิศทางชีวิต หากช่วงสำคัญนี้ถูกละเลย เด็กจะเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเปราะบาง

Urie Bronfenbrenner ชี้ว่า เด็กไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง แต่ถูกหล่อหลอมจากระบบนิเวศ บ้าน–โรงเรียน–สังคม หากวงแหวนเหล่านี้ไม่สอดประสาน เด็กจะโตขึ้นอย่างไม่มั่นคง

การลงทุนใน 12 ปีแรกจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือ “เดิมพันของชาติ” เด็กที่ถูกโอบอุ้มอย่างถูกต้องจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในอนาคต

ห้องเรียนใหญ่ = เด็กถูกกลืนไปกับระบบ

ระบบการศึกษากระแสหลักที่มีห้องเรียนใหญ่ 30–40 คน สอนหลักสูตรเดียว วัดผลด้วยข้อสอบมาตรฐาน ครูหนึ่งคนต้องดูแลเด็กจำนวนมากจนยากที่จะเข้าถึงศักยภาพรายบุคคล เด็กที่เรียนเร็วถูกรั้งไว้ เด็กเรียนช้าก็กลายเป็นผู้ถูกทิ้ง ผลคือเด็กหลายคน เรียนไปโดยไม่เคยถูกค้นพบว่าเก่งอะไร

การศึกษาแบบ “เหมาโหล” (One-Size-Fits-All) ทำให้เราสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ไปอย่างเงียบ ๆ ระบบนี้จึงไม่เพียงล้าสมัย แต่ยังอันตรายต่ออนาคตชาติในยุคที่เด็กเกิดน้อย

การเรียนรู้แบบ “วัดตัวตัด” คือคำตอบ

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่จำนวน แต่คือ คุณภาพ Kitamura House เชื่อว่าคำตอบคือการเรียนรู้ที่ “ออกแบบตามเด็กแต่ละคน” (Tailor-Made Learning) โดยมีหลัก 4 เสา:

  1. Personalized Learning – ครูมองเด็กเป็นรายบุคคล ออกแบบเป้าหมายตามความถนัด
  2. Small Learning Community – กลุ่มเล็กอบอุ่นดูแลใกล้ชิด
  3. Meaningful Assessment – วัดด้วย Portfolio และ Narrative Feedback ไม่ใช่แค่ข้อสอบ
  4. Parent Partnership – บ้านกับโรงเรียนทำงานร่วมกัน เด็กจึงมั่นคงทั้งจากครอบครัวและสังคม

ข้อเสนอต่อครอบครัวไทย

ลูกของเราไม่ใช่เพียงอนาคตของบ้าน แต่คือ หนึ่งในทุนมนุษย์หายากของชาติ การเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นภารกิจที่มีความหมายต่อสังคมไทยทั้งประเทศ

ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ทุกคนลุกขึ้นมาทำหน้าที่สำคัญที่สุดของเราเอง — นั่นคือ การสร้าง “ระบบนิเวศรอบตัวลูก” ให้มั่นคง อบอุ่น และเอื้อต่อการเติบโต

  1. ให้ความรัก ความปลอดภัย และโอกาสในการลองผิดลองถูก
  2. เป็นแบบอย่างในการเคารพกติกาและเห็นคุณค่าของผู้อื่น

เมื่อบ้าน–โรงเรียน–สังคมเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน เด็กแต่ละคนก็จะเติบโตเป็นคนที่มั่นคงจากภายใน พร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยความมั่นใจ

เด็กยุคนี้ คือ ทุนมนุษย์หายาก ของประเทศไทย ในสังคมที่กำลังแก่ตัวและเล็กลง เด็กทุกคนคือ “โอกาสครั้งเดียว” ที่ไม่อาจสูญเสีย หากเลี้ยงดูและลงทุนด้านคุณภาพอย่างจริงจัง เขาจะเติบโตเป็นแรงงานที่มีทักษะพลเมืองที่มีคุณภาพ และพลังสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจและสังคมใหม่ นี่ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของครอบครัว แต่คือ พันธกิจของชาติ

ครูอุ้มขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัว ที่กำลังทุ่มเทเลี้ยงดูและพัฒนาลูกด้วยหัวใจ เพราะทุกก้าวเล็ก ๆ ที่คุณให้กับลูกในวันนี้ คือการสร้างรากฐานใหญ่ให้กับชาติในวันข้างหน้า

Rooted in care, blooming through learning.

The tiniest hands, already holding big dreams.

Global Partnerships

Our Academic Alliances and Partners