Learning

NEWS And Activities

ข่าวและกิจกรรม
Kitamura House

ภาษาญี่ปุ่น

ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น 4 ทักษะ
ฟัง พูด อ่าน เขียนอย่างเป็นธรรมชาติ
กับเจ้าของภาษา ด้วยเทคนิค
Home-Base Japanese Style
เด็กสามารถต่อยอดความรู้ด้วยการ
เตรียมตัวสอบ เพื่อรับทุนเรียนต่อ
ในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต
(มีข้อมูลแนะนำเพื่อการสอบทุน)


หลักสูตรพัฒนาการทักษะด้านภาษา

เพื่อเป็นการเปิดโลกทรรศน์ให้กว้างขึ้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เด็กๆจะมีความสามารถในการสื่อสารที่หลากหลาย ที่คิตามูระเฮ้าส์ การฝึกภาษาที่ 2,3 หรือ4 ไม่ใช่เรื่องยาก  และน่าเบื่ออีกต่อไป ลองมาสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอน กับครูเจ้าของภาษา ผสมผสานเทคนิคเฉพาะ เต็มไปด้วยความสนุก  และได้สาระ ได้พัฒนาทักษะทั้ง4 ฟัง พูด อ่าน เขียนอย่างครบถ้วน


คลาสเรียนภาษาญี่ปุ่น Kitamura House คืออะไร?

รูปแบบการสอนสนทนาภาษาญี่ปุ่นแบบ Kitamura House คือ วิธีการสอนสนทนารูปแบบใหม่ ที่ถูกคิดค้นขึ้นจากกระบวนการการสอนที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนKitamuraเป็นผู้สอนเด็กๆด้วยตนเอง
บทเรียนจะถูกสอนด้วยชีทเอกสารที่ได้คิดค้นผสมผสานจากคุณลักษณะเฉพาะของภาษาญี่ปุ่น และภาษาไทย โดยผ่านการ์ด, การสนทนา ในรูปแบบของเกมส์
ผู้เรียน สามารถจดจำรูปแบบประโยคพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่น, วิธีการสอบถามหรือสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยผ่านเกมส์
ด้วยผลลัพธ์จากที่ผ่านมามากมายนี้ ทำให้เราคิด ว่านี่คือ1ในวิธีที่ช่วยให้เรียนรู้ การสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายที่สุด ในระยะเวลาอันสั้น
เรายึดคติที่ว่าวัยเด็ก4ขวบ สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย จนกระทังสามารถพูดได้โดยธรรมชาติ
ในขณะเดียวกัน เราก็สามารถเรียนรู้การอ่านการเขียน อักษรฮิระกะนะ, คะตะคะนะได้ด้วย
  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ภาษาญี่ปุ่นที่มีอายุตั้งแต่4ขวบขึ้นไป
  • สื่อการสอน: ตำราสนทนาภาษาญี่ปุ่นในรูปแบบ KITAMURA, New System Japanese

Contact Us

ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์

เนอสเซอรี่สไตล์ญี่ปุ่น-เรียนสนุก คิดเป็น เน้นทักษะชีวิต-ร่มเกล้า ลาดกระบัง

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com

kitamura

"ห้องเรียนของบ้านคิตามูระ" เป็นห้องเรียนเสมือนจริง ที่ไม่ใช่แค่ห้องเรียนออนไลน์ แต่เป็นการเรียนสด
ผ่านระบบอินเตอร์เฟสภายในองค์กรที่ออกแบบกระบวนการเรียน ให้มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับเรียนในห้องเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่าง
kitamura

ทำไม? ไม่อัดคลิปวีดีโอแล้วส่งมาให้ดูล่ะ

เพราะพัฒนาการทางภาษาของเด็กนั้นต้องส่งเสริมด้วยการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication)คิตามูระเฮ้าส์จึงเลือกที่จะดูแลเด็กๆผ่านการพูดคุยแบบไลฟ์สด
ซึ่งต่างจากการให้เด็กดูคลิปตามโซเชียลมีเดียทั่วไปที่เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว (One-way Communication)ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า

การเรียนรู้ของเด็ก ในสภาวะปกติใหม่ (NEW NORMAL) ในยุคโควิด19

คือทางออกที่ดีที่สุด การเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริงที่มีความยืดหยุ่นตามวัยของเด็กแบบ Active Learning เด็กจะสามารถสื่อสารโต้ตอบได้ทั้งกับเพื่อนและคุณครูได้ตลอดการเรียน เด็กจะสามารถทำกิจกรรมตามคำบอกของคุณครู เช่น บริหารร่างกายระหว่างเรียน หยิบสิ่งของรอบตัวตามคำบอก
kitamurahouse
โฟนิคส์ (Phonics) คืออะไร?
สมัยนี้การเรียนภาษาอังกฤษที่มักได้ยินกันบ่อยในหมู่เด็กๆ ก็คือการเรียนโฟนิคส์ ที่ต่างเรียนกันอย่างแพร่หลาย จนหลายท่านอาจสงสัยว่าการเรียนโฟนิคส์นั้นคืออะไร ทำไมสมัยเราเรียนหนังสือไม่เห็นเคยได้ยินหรือเคยรู้จักมาก่อน ทำไมสมัยนี้พูดกันเยอะมาก วันนี้จะเล่าเรื่องการเรียนโฟนิคส์ให้ทราบกันคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ
โฟนิคส์ คือวิธีการเรียนอ่านเขียนและออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้หลักการถอดรหัสเสียงและการผสมเสียงตัวอักษร a ถึง z ทั้ง 26 ตัว ผู้เรียนจะต้องเข้าใจเสียงของตัวอักษรต่างๆ และออกเสียงเหล่านั้นให้ได้อย่างถูกต้องจึงจะสามารถผสมเสียงออกมาเป็นคำได้ ยกตัวอย่างเช่น การสะกดคำว่า cat ในสมัยเราๆ จะท่องกันว่า ซี-เอ-ที แคท แมว ซึ่งยากที่จะเข้าใจว่าทำไม ซี-เอ-ที ถึงกลายเป็นแคทไปได้ เพราะการท่องแบบนี้ไม่ได้ใช้หลักการผสมเสียงแต่เป็นการท่องจำการสะกดคำเสียมากกว่า
จากตัวอย่างนี้ ถ้าเรียนตามหลักโฟนิคส์ จะสอนให้รู้จักตัว “c” จากเสียงของมันคือเสียง “ค” (ออกเสียงเคอะ เบาๆ ในลำคอ) ตัว “a” เป็นเสียง “แอะ” และตัว “t” เป็นเสียง “ท” (ออกเสียง เทอะ เบาๆ ใช้ปลายลิ้นกระทบฟันหน้าบน) และผสมเสียงกันเป็น “ค-แอะ-ท แคท” (ลองออกเสียง ค-แอะ-ท ซ้ำๆ เร็วๆ จะพบว่าสุดท้ายจะออกเสียงเป็น “แคท”) หลักการถอดรหัสเสียง และผสมเสียงแบบนี้แหละค่ะที่เรียกว่าโฟนิคส์นั่นเอง ซึ่งผู้เรียนจะต้องฝึกผสมเสียงพยัญชนะ สระต่างๆ ที่หลากหลายจนคล่องแคล่วโดยใช้หลักโฟนิคส์นี้ค่ะ

แล้วคำที่ไม่ได้เป็นไปตามหลักโฟนิคส์ล่ะ มีไหม หลักโฟนิคส์ใช้อ่านหรือสะกดคำต่างๆ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่แน่นอนค่ะมีคำบางคำที่อ่านในรูปแบบเฉพาะที่ไม่ใช่ตามหลักโฟนิคส์ ซึ่งเราจะเรียกคำเหล่านี้ว่า “คำพิเศษ” หรือ “Special words” เช่น คำว่า watch หากอ่านตามหลักโฟนิคส์อ่านว่า ว-แอะ-ท-ช แวทช แต่จริงๆ แล้วอ่านว่า วอทช เพราะตัว “a” ที่ปกติเป็นเสียง “แอะ” พออยู่ในคำนี้ออกเป็นเสียง “เอาะ” เป็นต้น ซึ่งคำพิเศษนี้เด็กๆ จะได้เจอเมื่อเขาอ่านเยอะ อ่านมาก และฝึกสังเกตคำต่างๆ หากคุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่ช่วยแนะนำด้วยเมื่อเด็กเจอคำพิเศษเหล่านี้ก็จะยิ่งดีค่ะเรียนแล้วได้อะไร การเรียนโฟนิคส์จะช่วยให้เด็กๆ ออกเสียงได้ถูกต้อง ทำให้พวกเขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ชัดเจน และสามารถอ่านเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถสะกดคำศัพท์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่วจากการรู้จักเสียงของตัวอักษรและเข้าใจหลักการผสมเสียง แม้ในช่วงแรกการเรียนแบบโฟนิคส์จะดูช้ากว่าการเรียนแบบท่องจำมาก เพราะเด็กต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจเสียงและหลักการผสมคำจากง่ายไปยาก ต้องฝึกซ้ำๆ เพื่อให้จำได้ และมีบทศึกษามากมายที่ยืนยันว่าเด็กที่เรียนการอ่านเขียนแบบนี้จะสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่านักเรียนทั่วไป และมีความแตกฉานทางภาษา รักการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตัวเขาเองในอนาคตเรียนโฟนิคส์แล้วจะนำมาใช้ทันกับหลักสูตรแบบดั้งเดิมของโรงเรียนทั่วไปหรือเปล่า การเรียนโฟนิคส์นั้น จะเรียนแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงจะดูช้ากว่าการเรียนแบบท่องจำ เพราะเด็กๆ ไม่ว่าจะโตแค่ไหน เรียนระดับไหนก็ต้องมาเริ่มที่เสียง a b c … แล้วค่อยๆ หัดผสมเสียงจากง่ายก่อน ดังนั้น จะคาดหวังให้ใช้หลักโฟนิคส์สะกดคำยากๆ ได้เลยตามที่โรงเรียนให้การบ้านมาในช่วงแรกของการเรียนโฟนิคส์ก็อาจดูยากเกินไปสำหรับลูก เช่น ลูกเพิ่งเรียนการผสมเสียงสระตัว “a” เช่นคำว่า bat, hat, rat, mat หากจะให้สะกดคำว่า January โดยหลักโฟนิคส์เลย คงยังทำไม่ได้ แต่ในระยะยาวเมื่อลูกเรียนจบและได้มีการฝึกอ่านอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าการเรียนโฟนิคส์จะช่วยส่งเสริมให้การอ่าน การสะกดคำต่างๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น และเข้าใจหลักการออกเสียง การอ่านเขียนอย่างแท้จริง จึงมีบทวิจัยออกมาหลายสำนักว่าหลักโฟนิคส์ช่วยให้เรียนภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่านักเรียนทั่วไปถึง 2-3 ปีหลักโฟนิคส์นี้เป็นการเรียนแบบใหม่ที่เพิ่งค้นพบหรือ หลักโฟนิคส์ เป็นหลักการอ่านเขียนที่เรียนกันมาตั้งแต่โบราณแล้ว แต่เมื่อราว 20-40 ปีที่ผ่านมาได้เลือนหายไป เนื่องจากมีทฤษฎีใหม่ที่บอกว่าการอ่านแบบโฟนิคส์นั้นยุ่งยาก กว่าจะแตกเสียง ผสมเสียง จนอ่านเป็นคำนั้นช้าไม่ทันใจ หันมาใช้วิธีเรียนแบบจำคำศัพท์เป็นคำๆ ที่เรียกว่า Whole Language ดีกว่าเพราะเร็วกว่ากันเยอะ โรงเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย จึงเลิกสอนโฟนิคส์ไปตามๆ กัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปีกลับพบว่าความสามารถในการอ่านเขียนของประชาชนต่ำลง เพราะคนเรานั้นจดจำคำศัพท์ได้จำกัด และการไม่รู้หลักการสะกดนั้นก็ทำให้อ่านได้ไม่คล่อง เมื่อเห็นคำยากหรือคำใหม่ที่ไม่คุ้นเคยก็ไม่อยากอ่าน ทำให้การอ่านค้นคว้าความรู้ต่างๆ ลดลงตามไปด้วย จึงมีฟื้นฟูการเรียนโฟนิคส์ให้นำกลับมาสอนอีกครั้งเพื่อให้เด็กๆ เข้าใจหลักการอ่านเขียนอย่างแท้จริง

ในประเทศออสเตรเลียมีโรงเรียนที่ยึดมั่นใช้การสอนตามหลักโฟนิคส์มาตลอดหลายสิบปีด้วยความเชื่อมั่นและปรากฏว่านักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้สามารถกวาดรางวัลการอ่าน การออกเสียง การเขียนเรียงความทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศได้จนมีชื่อเสียงไปทั่ว ทำให้เชื่อได้เลยว่าหลักโฟนิคส์เป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ อย่างแท้จริง

ผลจากการเรียนโฟนิคส์ของเด็กไทยเป็นอย่างไรบ้าง
เด็กๆ แม้แต่ระดับอนุบาลที่ได้เรียน ก็สนุกที่จะออกเสียงตัวอักษรต่างๆ ภาคภูมิใจที่ผสมคำได้ด้วยตนเอง และเมื่อกลับบ้านก็ยังชอบที่จะอ่านป้าย อ่านและสะกดคำต่างๆ ตามหลักที่ได้เรียนมา จะผิดบ้างถูกบ้างก็ไม่เป็นไรแต่เขาก็สนุกที่จะลองใช้ความรู้ที่เรียนมาไปกับคำรอบๆ ตัวที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสร้างทัศนคติที่ดีในการออกเสียงและการอ่านเขียนตามหลักที่ถูกต้อง และจะช่วยพัฒนาการออกเสียงและการอ่านเขียนของพวกเขาอย่างมากในระยะยาว และสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะอื่นๆ ที่สำคัญในอนาคต เช่น การเขียนเรียงความ เขียนบทความ การจับประเด็น จับใจความ คิดวิเคราะห์เนื้อหาอย่างเป็นเหตุผลด้วย

หากอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ ควรเรียนโฟนิคส์อย่างเดียวเลยหรือไม่
แม้โฟนิคส์จะเป็นความรู้และเป็นพื้นฐานที่ดีในการออกเสียงและการอ่านเขียน แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทักษะภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนั้น นอกจากโฟนิคส์แล้ว คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมปูพื้นฐานในเรื่องการฟัง การพูดภาษาอังกฤษของลูกให้ดีควบคู่กันไปด้วย เพราะเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน และต้องการการฝึกฝนเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อให้ฟังพูดได้คล่องแคล่ว แตกฉาน มั่นใจ และความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละทักษะยังสามารถนำมาเชื่อมโยงต่อยอดกันและกันได้ด้วย ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ลืมว่าไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ตาม ลูกๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อพวกเขาเรียนรู้ด้วยความสนุกสนานค่ะ

Contact Us

ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์

เนอสเซอรี่สไตล์ญี่ปุ่น-เรียนสนุก คิดเป็น เน้นทักษะชีวิต-ร่มเกล้า ลาดกระบัง

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com

Video Gallery - How to teach Blending to Read with Jolly Phonics

kitamura house
สำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว การใส่ชุดที่มีระบายฟูฟ่อง ได้หมุนตัวประกอบเสียงเพลงนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้เป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ประกอบกับการเรียนบัลเลต์นั้นมีประโยชน์ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจหลายอย่าง คุณพ่อคุณแม่จึงอยากจะสนับสนุน แต่ถ้าหากคุณพ่อ คุณแม่ท่านใด ที่กำลังลังเลว่าจะส่งลูกไปเรียนบัลเลต์ดีหรือไม่นั้น วันนี้เรานำข้อดีและข้อมูลเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ

12 ข้อดีของการให้ลูกไปเรียนบัลเล่ต์

  1. ลูกเป็นเด็กกล้าแสดงออก : เมื่อลูกได้ทำในสิ่งที่รักเขาจะทำได้ดี หากลูกเป็นเด็กขี้อาย การฝึกซ้อมบ่อยๆ จะทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
  2. บุคลิกภาพดี : หากลูกเป็นเด็กที่ขาโก่ง การเรียนบัลเลต์ก็ช่วยได้ นอกจากนี้ เวลา เดิน นั่ง ยืน หลังก็ตรง ทำให้ดูสง่าผ่าเผย
  3. ลูกมีสมาธิดี : เพราะต้องคอยฟังเสียงและจับจังหวะของดนตรี และช่วยให้รักเสียงเพลงด้วย
  4. สุขภาพดี : ลูกมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
  5. อารมณ์ดี : ช่วยให้ลูกใจเย็น ละเป็นเด็กที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
  6. เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน : ลูกรู้สึกผ่อนคลายจากการเรียน
  7. ลูกมีสังคมใหม่ๆ : เช่น เพื่อน และ ครู
  8. ฟังคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่งครูได้
  9. ฝึกทักษะความจำ : โดยการดูครูเต้นแล้วทำตาม
  10. ลูกมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม
  11. เปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นพบความถนัดของตนเอง
  12. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

โดย ครูซาย ทีมงานครูกิ๊บสถาบันแดนซ์มีอัพ

ประวัติครูซาย
  • นางสาวมุฑิตา เดชวัฒนุสกรี (ครูซาย) อายุ 25ปี
  • จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ1 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏยศิลป์ตะวันตก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • จบบัลเล่ต์ หลักสูตร RAD Grade 8 (Highest Grade) ด้วยคะแนนเหรียญทอง และเรียนต่อในขั้นอาชีพ จนถึง ระดับAvance
  • มีประสบการณ์สอนบัลเล่ต์ และ Jazz มาเกือบ 9 ปี (ตั้งแต่ปี 2551)

ติดต่อเรา

    ชื่อ: ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์
    ที่อยู่: 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
    โทรศัพท์: 087 484 7887
    เว็บไซต์: https://www.kitamurahouse.com
kitamura house
ดนตรี เป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่จะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ อารมณ์  ความมั่นใจในการแสดงออก การเรียนดนตรีกลุ่มช่วยเสริมสร้าง ความสามารถในการเข้าสังคม นอกจากนี้เด็กๆยังสามารถ สร้างความสุขจากเสียงเพลงให้กับตนเอง หรือแสดงเพื่อมอบเป็น ของขวัญที่ล้ำค่าให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย
ที่คิตามููระเฮ่้าส์ เรามีครูมืออาชีพที่สอนวิชาดังต่อไปนี้

, 1. ขับร้องเดี่ยว/ร้องเพลงประสานเสียง
2. ไวโอลินเดี่ยว/กลุ่ม, เชลโล
3. เปียโน/เมโลเดียน
4. กีต้าร์/ อูคูเลเล่/ เบส
5. กลองชุด
6. ทฤษฎีดนตรี
7. พื้นฐานดนตรีสำหรับเด็กเล็ก

Contact Us

ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์

เนอสเซอรี่สไตล์ญี่ปุ่น-เรียนสนุก คิดเป็น เน้นทักษะชีวิต-ร่มเกล้า ลาดกระบัง

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com
kitamurahouse
สนุกคิด สนุกวิทย์ กับคิตามูระเฮ้าส์ โดย ครูฟางและครูเมย์
เด็กๆเคยคิดไหมว่า การผสมสีเราไม่จำเป็นต้องใช้จานสีหรือพู่กัน
เพียงแค่เรามีแก้วน้ำพลาสสติกและกระดาษทิชชู่เราก็สามารถผสมสี โดยใช้แค่แม่สีเพียง 3 สีเท่านั้น
วันนี้เราทำการทดลองเรื่อง ทิชชู่เปลี่ยนสีเป็นกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่สอดแทรกการทดลองเรื่องการดูดสีและการถ่ายโอนของสีโดยผ่านทิชชูค่ะ
หลังจากนั้นรอเวลาให้สีถ่ายโอนกันและรอว่าสีทั้งสามจะผสมจับคู่กันได้สีอะไร
กิจกรรมนี้ น้องๆจะได้รับความรู้ในการผสมของแม่สีคะ เด็กเล็กเรียนรู้ได้ดีเลยค่ะ
เช่นอากิ เอมี่ค่ะ ส่วนเด็กโตพอเคยได้เรียนรู้มาแล้วบ้าง ได้ทบทวนการผสมของแม่สีค่ะ
ที่คิตามูระเฮ้าส์ เราอยากให้เด็กๆได้ฝึกกระบวนการทางวิยาศาสตร์ เช่น การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก การลงความคิดเห็น การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห์ และแปรผลข้อมูล การสรุปผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ

ทักษะการเรียนรู้อย่างสนุก

ความรู้สึกว่า “ฉันเข้าใจแล้ว” หลังจากที่เด็กๆสามารถค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง
คือรางวัลที่ทรงพลังที่สุดสำหรับพวกเขา ความสุขและความสนุกสนานที่เกิดจาก
ความรู้สึก”ฉันทำได้” จะเป็นตัวจุดประกายให้เด็กๆ เกิดความอยากเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้นต่อไป
ทักษะการเรียนรู้อย่างเข้าใจ
เป็นทักษะในการทำงานโดยใช้เหตุผล เด็กๆจะได้ฝึกแก้ปัญหาตามเหตุผล
และฝึกจดจำข้อความสำคัญในบทเรียน ความสามารถในการจับประเด็นสำคัญ
ในบทเรียนเป็นทักษะการเรียนรู้ที่จะติดตัวเด็กๆไปตลอดกาล และเป็นพลัง
ขับเคลื่อนให้พวกเขามีความใฝ่รู้ไปตลอดชีวิต
ทักษะการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
การทำใบงานที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องเพื่อสั่งสมประสบการณ์ จะส่งผลให้เด็กๆ
เกิดทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อเด็กๆสามารถแก้ปัญหาในใบงานได้สำเร็จด้วยตนเอง
พวกเขาจะเกิดความมั่นใจในตนเอง และเกิดแรงบันดาลใจในการพยายามแก้ปัญหา
ที่พวกเขาจะต้องเผชิญในอนาคต
ทักษะการเรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้
เป็นทักษะในการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาอื่นๆหรือการตอบคำถามใหม่
สำหรับปัญหาเดิม ทักษะเหล่านี้ประกอบด้วยการแก้ปัญหา การแสดงความคิดเห็น
และการพัฒนาตนเองซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆในยุคนี้

เด็กๆในยุคสมัยนี้จะต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่ได้มีเพียงแค่คำตอบเดียว เราจึงควรปลูกฝังให้เด็กๆมีทัศนคติเหล่านี้
1. มีความมุ่งมั่นพยายามที่จะแก้ไขปัญหามากกว่าการหนีปัญหา
2. มีความสามารถในการเรียนรู้ ไตร่ตรองด้วยตัวเอง
3. มีทักษะและประสบการณ์เพื่อการตัดสินใจที่ดี
4. คิดอย่างมีตรรกะและกล้าแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างมั่นใจ
5. มีความอดทนต่อการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ

Contact Us

ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์

เนอสเซอรี่สไตล์ญี่ปุ่น-เรียนสนุก คิดเป็น เน้นทักษะชีวิต-ร่มเกล้า ลาดกระบัง

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ สำหรับเดือนนี้ คิตามูระเอ้าส์ขอนำเสนอบทเพลงดีดี ที่จะช่วยน้องๆ
ได้ฝึกทักษะการอ่าน และการออกเสียงภาษาญี่ปุ่น
ที่ทั้งสนุก ง่ายต่อการจดจำ อีกทั้งยังทำให้น้องๆออกเสียงได้ถูกต้องเหมือนเจ้าของภาษาเลยค่ะ

เพลงที่ช่วยให้น้องๆได้ฝึกภาษาญี่ปุ่น

1. อะอิอุเอะโอะ โนะ อุตะ あいうえおのうた+がぎぐげご「AIUEO Song」

2. อะอิอุเอะโอะ โนะ อุตะ อิน คาตะคานะ あいうえおのうた「AIUEO Song in Katakana」

3. อิชิ นิ ซัน โนะ อุตะ いちにさんのうた「123 Song」

4. อิชูกัน โนะ อุตะ いっしゅうかんのうた「One Week Song」

5. あたま、かた、ひざ、あし「Head, Shoulders, Knees and Toes」

6. あたま、かた、ひざ、あし (スピードアップ)「Head, Shoulders, Knees and Toes (Speed-up)」

7. バスのタイヤ「The Wheels On The Bus」

8. うんとでろうんち《東京ハイジ》

9. はみがきのうた《東京ハイジ》

10. ちっちゃなゆび「One Little Finger」

11. ひらいてとじて

12. 幸せなら手をたたこう

ภาษาญี่ปุ่น

ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียนอย่างเป็นธรรมชาติ กับเจ้าของภาษา ด้วยเทคนิค Home-Base Japanese Style
เด็กสามารถต่อยอดความรู้ด้วยการ เตรียมตัวสอบ เพื่อรับทุนเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต (มีข้อมูลแนะนำเพื่อการสอบทุน)

หลักสูตรพัฒนาการทักษะด้านภาษา

เพื่อเป็นการเปิดโลกทรรศน์ให้กว้างขึ้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เด็กๆจะมีความสามารถในการสื่อสารที่หลากหลาย ที่คิตามูระเฮ้าส์ การฝึกภาษาที่ 2,3 หรือ4 ไม่ใช่เรื่องยาก และน่าเบื่ออีกต่อไป ลองมาสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอน กับครูเจ้าของภาษา ผสมผสานเทคนิคเฉพาะ เต็มไปด้วยความสนุก และได้สาระ ได้พัฒนาทักษะทั้ง4 ฟัง พูด อ่าน เขียนอย่างครบถ้วน

คลาสเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบคิตามูระเฮ้าส์

รูปแบบการสอนสนทนาภาษาญี่ปุ่นแบบคิตามูระเฮ้าส์ คือ วิธีการสอนสนทนารูปแบบใหม่ ที่ถูกคิดค้นขึ้นจากกระบวนการการสอนที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียน Kitamura เป็นผู้สอนเด็กๆด้วยตนเอง
บทเรียนจะถูกสอนด้วยชีทเอกสารที่ได้คิดค้นผสมผสานจากคุณลักษณะเฉพาะของภาษาญี่ปุ่น และภาษาไทย โดยผ่านการ์ด, การสนทนา ในรูปแบบของเกมส์
ผู้เรียน สามารถจดจำรูปแบบประโยคพื้นฐานของภาษาญี่ปุ่น, วิธีการสอบถามหรือสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยผ่านเกมส์
ด้วยผลลัพธ์จากที่ผ่านมามากมายนี้ ทำให้เราคิด ว่านี่คือ1ในวิธีที่ช่วยให้เรียนรู้ การสนทนาภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายที่สุด ในระยะเวลาอันสั้น
เรายึดคติที่ว่าวัยเด็ก4ขวบ สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย จนกระทังสามารถพูดได้โดยธรรมชาติ
ในขณะเดียวกัน เราก็สามารถเรียนรู้การอ่านการเขียน อักษรฮิระกะนะ, คะตะคะนะได้ด้วย
  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ภาษาญี่ปุ่นที่มีอายุตั้งแต่4ขวบขึ้นไป
  • สื่อการสอน: ตำราสนทนาภาษาญี่ปุ่นในรูปแบบ KITAMURA, New System Japanese

ติดต่อเรา

    ชื่อ: ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์
    ที่อยู่: 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
    โทรศัพท์: 087 484 7887
    เว็บไซต์: https://www.kitamurahouse.com
kitamurahouse
เด็กๆในยุคสมัยนี้จะต้องเผชิญกับคำถามที่ไม่ได้มีเพียงแค่คำตอบเดียว เราจึงควรปลูกฝังให้เด็กๆมีทัศนคติเหล่านี้
1. มีความมุ่งมั่นพยายามที่จะแก้ไขปัญหามากกว่าการหนีปัญหา
2. มีความสามารถในการเรียนรู้ ไตร่ตรองด้วยตัวเอง
3. มีทักษะและประสบการณ์เพื่อการตัดสินใจที่ดี
4. คิดอย่างมีตรรกะและกล้าแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างมั่นใจ
5. มีความอดทนต่อการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ทักษะการเรียนรู้อย่างสนุก

ความรู้สึกว่า “ฉันเข้าใจแล้ว” หลังจากที่เด็กๆสามารถค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง
คือรางวัลที่ทรงพลังที่สุดสำหรับพวกเขา ความสุขและความสนุกสนานที่เกิดจาก
ความรู้สึก”ฉันทำได้” จะเป็นตัวจุดประกายให้เด็กๆ เกิดความอยากเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้นต่อไป
ทักษะการเรียนรู้อย่างเข้าใจ
เป็นทักษะในการทำงานโดยใช้เหตุผล เด็กๆจะได้ฝึกแก้ปัญหาตามเหตุผล
และฝึกจดจำข้อความสำคัญในบทเรียน ความสามารถในการจับประเด็นสำคัญ
ในบทเรียนเป็นทักษะการเรียนรู้ที่จะติดตัวเด็กๆไปตลอดกาล และเป็นพลัง
ขับเคลื่อนให้พวกเขามีความใฝ่รู้ไปตลอดชีวิต
ทักษะการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
การทำใบงานที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องเพื่อสั่งสมประสบการณ์ จะส่งผลให้เด็กๆ
เกิดทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เมื่อเด็กๆสามารถแก้ปัญหาในใบงานได้สำเร็จด้วยตนเอง
พวกเขาจะเกิดความมั่นใจในตนเอง และเกิดแรงบันดาลใจในการพยายามแก้ปัญหา
ที่พวกเขาจะต้องเผชิญในอนาคต
ทักษะการเรียนรู้เพื่อประยุกต์ใช้
เป็นทักษะในการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาอื่นๆหรือการตอบคำถามใหม่
สำหรับปัญหาเดิม ทักษะเหล่านี้ประกอบด้วยการแก้ปัญหา การแสดงความคิดเห็น
และการพัฒนาตนเองซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆในยุคนี้

Contact Us

ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยนานาชาติคิตามูระเฮ้าส์

เนอสเซอรี่สไตล์ญี่ปุ่น-เรียนสนุก คิดเป็น เน้นทักษะชีวิต-ร่มเกล้า ลาดกระบัง

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com
kitamura house

หลักสูตรพัฒนาทักษะด้านดนตรี

ดนตรี เป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่จะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ อารมณ์  ความมั่นใจในการแสดงออก การเรียนดนตรีกลุ่มช่วยเสริมสร้าง ความสามารถในการเข้าสังคม นอกจากนี้เด็กๆยังสามารถ สร้างความสุขจากเสียงเพลงให้กับตนเอง หรือแสดงเพื่อมอบเป็น ของขวัญที่ล้ำค่าให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย
ที่คิตามููระเฮ่้าส์ เรามีครูมืออาชีพที่สอนวิชาดังต่อไปนี้

1. ขับร้องเดี่ยว/ร้องเพลงประสานเสียง
2. ไวโอลินเดี่ยว/กลุ่ม, เชลโล
3. เปียโน/เมโลเดียน
4. กีต้าร์/ อูคูเลเล่/ เบส
5. กลองชุด
6. ทฤษฎีดนตรี
7. พื้นฐานดนตรีสำหรับเด็กเล็ก
東京ハイジ TOKIOHEIDI

เด็กๆอยากสนุกไปกับการร้องเพลงพร้อมกับได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นผ่านเสียงเพลงกันไหม ?
คิตามูระเฮ้าส์ คัดสรรเลือกเพลงทั้ง 8 เพลง ที่จะช่วยให้น้องๆได้ฝึกฝนพร้อมพัฒนาทักษะด้านภาษาที่สนุกและไม่น่าเบื่อ ไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีและตัวการ์ตูนที่น่ารักสีสันสดใส


8 เพลงที่ช่วยให้น้องๆได้ฝึกภาษาญี่ปุ่น

1. ฮามิกากิ โนะ อุตะ はみがきのうた《東京ハイジ》:

2. โอบาเคะ โนะ ฮอท เค้ก おばけのホットケーキ《東京ハイジ》:

3. เฮนชิน โอเดคาเคะ แมน へんしん!おでかけマン《東京ハイジ》:

4. เทคุ เทคุ อะรุโกะ てくてく歩こう《東京ハイジ》:

5. อุนโตะ เดโระ อุนจิ うんとでろうんち《東京ハイジ》:

6. ซุปูน ทัน  スプーンたん《東京ハイジ》:

7. ริงโกะ โนะ ฮิโตริ โกโตะ りんごのひとりごと《東京ハイジ》:>


Enroll Today

เด็กต้องการ การเลี้ยงดูเชิงบวก
เพื่อเขาจะสามารถปลดปล่อยศักยภาพที่เป็นประโยชน์ต่อโลกได้

Contact Us

วันจัน-วันเสาร์ : 08:00–17:00

  • 98/36 หมู่บ้าน มายด์ ฮอฟฟ์ (ร่มเกล้า-สุวรรณภูมิ) ถนน ร่มเกล้า แขวง คลองสามประเวศ เขต ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
  • 087 484 7887
  • www.kitamurahouse.com