Premier seminar of growth mindset and Smart i Academy by Mr. Siripop Somapa (Kru Gap). - คิตามูระเฮ้าส์ | เนอสเซอรี่ และโปรแกรมพัฒนาศักยภาพเด็ก ร่มเกล้า ลาดกระบัง | KITAMURA HOUSE Nursery

Premier seminar of growth mindset and Smart i Academy by Mr. Siripop Somapa (Kru Gap).

Kitamura House
คิตามูระเฮ้าส์ แจก แจก แจก ขอมอบสิ่งดีๆ เช่นเคยค่า
สำรองที่นั่งกิจกรรมสัมมนาวันเสาร์ที่ 10 กย.นี้ 11 โมงเป็นต้นไป
ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับ ครูแก๊ป รองผอ.รร.โสมาภา และ ประธานกลุ่มรร.เอกชนกรุงเทพ



About Smart i Academy


การตั้งเป้าหมายให้กับเด็กๆไม่ใช่เรื่องง่าย
เป้าหมายต้องท้าทาย ต้องเป็นการพัฒนา แต่ต้องไม่เพ้อฝัน
คำถามคือ จะตั้งเป้าหมายอย่างไรให้เป็นจริงแต่ไม่เป็นการดูถูกศักยภาพลูกๆของเรา และจะตั้งเป้าหมายอย่างไรที่ไม่ใหญ่จนทำไม่ได้


คำตอบจะอยู่ที่ การฝึกตั้งปณิธาน คือ เด็กต้องฝึกตั้งเป้าหมายในการกระทำทุกๆอย่าง ทั้งสิ่งเล็ก สิ่งใหญ่
ทุกๆครั้งที่เค้าตั้งเป้าหมาย และประสบความสำเร็จในเป้าหมายนั้น เค้าจะเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น
หลังจากนั้น เค้าก็จะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น และเมื่อสำเร็จความเชื่อมั่นเค้าก็จะมากขึ้นๆ เป็นวงจรที่พัฒนาไปไม่รู้จบ
ถ้าผู้ปกครองทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เด็กจะมีความเชื่อมั่นที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone และออกไปเผชิญโลกได้อย่างมั่นใจ


ลองนึกภาพนักธุรกิจใหญ่ ที่เริ่มงานตั้งแต่บริษัทเล็กๆ จนบริษัทเติบโต
ถ้ามีคนไปถามเค้าว่า เค้าคิดไว้ตั้งแต่ต้นหรือไม่ว่าบริษัทเค้าจะเจริญก้าวหน้ามียอดขายเป็น 1,000 ล้าน เป็น 10,000 ล้าน


เค้าก็จะตอบว่า ไม่ได้คิดไว้ก่อน แต่เมื่อเค้าเริ่มทำกิจกการ และพบอุปสรรคมากมาย
หลายๆอย่างไม่ได้มีสอนอยู่ในโรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย
Growth Mindset นี่เอง จะทำให้เค้าพยายามทำต่อไป และแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งค่อยๆ ประสบความสำเร็จระดับเล็กๆ
หลังจากนั้น พวกเค้าจึงกล้าวางแผนที่ใหญ่ขึ้นๆ ได้ตามลำดับ


กระบวนการเหล่านี้เป็นวงจรในการพัฒนาตนเองที่ใช้จริงในทางปฏิบัติ


เด็กไทยเราต้องฝึกตั้งเป้าหมาย
เป้าหมายไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่มากมายอะไร
ไม่จำเป็นต้องคิดทฤษฎีเปลี่ยนแปลงโลก
จริงๆแล้ว เด็กๆฝึกตั้งเป้าหมายง่ายๆ เช่น เพิ่มเกรด เพิ่มเวลาอ่านหนังสือ
ตื่นนอนเช้าและนอนหัวค่ำ มันจะเป็นอะไรก็ได้ที่ผู้ปกครองและเด็กๆ ตกลงร่วมกัน


เมื่อเค้าบรรลุเป้าหมาย เค้าจะเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เค้าก็จะกล้าคิดถึงเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น ยากขึ้น
เมื่อเค้าเติบโตทางร่างกาย
เค้าได้เรียนรู้โลกมากขึ้น
ที่สำคัญ ความเชื่อมั่นเค้าเติบโตขึ้น เค้าก็พร้อมที่จะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
เหล่านี้คือ กระบวนการในการสร้าง Growth Mindset



คนเราเรียนรู้จากประสบการณ์ และประสบการณ์ตรงจะทำให้เรียนรู้ได้ดีที่สุด


ได้รับบทเรียนมากที่สุดครับ


แต่บทเรียนชีวิต บางครั้งก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงมากๆ ทั้งความรู้สึก เวลา และค่าเสียโอกาส


ผมกำลังพูดถึงบทเรียนชีวิตที่เด็กๆต้องพบเจออยู่ทุกวัน เช่น การคบเพื่อน การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ นะครับ


คำถามคือ เราในฐานะพ่อแม่จะทำอย่างไรให้เค้าได้ทดลองบทเรียนชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมได้ ให้เค้าได้ทดลองเรียนรู้ และ “ล้มเหลว” ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาตัวเค้า


คำตอบของครูแก๊ป คือ กระบวนการค่ายครับ
กระบวนการค่าย จะประกอบไปด้วย


1. กิจกรรมต่างๆ หรือแบบฝีกหัดชีวิต (Life Lab) ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เด็กๆ ได้ทดสอบตนเอง ดำเนินการโดย Facalitator ที่มีประสบการณ์สูง


อีกองค์ประกอบหนึ่งก็คือ
2. เพื่อนร่วมค่ายครับ ข้อนี้สำคัญไม่แพ้ข้อแรกครับ เพื่อนร่วมค่ายที่ดี มีทัศนคติที่ดี จะเป็นตัวช่วยให้ได้รับความคิด มุมมอง (Mindset) ดีๆครับ


ที่ SMART-i CAMP เราจัดค่ายปิดเทอมแบบ 10 วัน ไป-กลับ
เรานำเอาแนวคิดเรื่อง Growth Mindset ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเรา ประสบความสำเร็จและมีความสุข มาจัดเป็นกิจกรรงต่างๆ กว่า 80 ชั่วโมง โดยมีกิจกรรมที่ท้าทายเด็กๆได้ออกจาก Comfort Zone ของเค้าเอง


กิจกรรมที่จัดมีหลากหลายครับ แน่นอนว่า มันต้องสนุกสุดๆ
แต่ที่สำคัญกว่า คือ เค้าจะได้ความคิดดีๆไปใช้ เช่น ความพยายาม ความเชื่อมั่นในตนเอง และที่สำคัญที่สุดคือ
เค้าจะเห็นคุณค่าในตนเอง (SELF-ESTEEM) มากขึ้น




ครูแก๊ปขอยกตัวอย่างกิจกรรมที่ครูชอบมากๆมา 1 กิจกรรมครับ


เราเรียนมันว่า กิจกรรม สร้าง Vision Board


ผมสงสัยว่า ถ้าบรรดากิจการ ห้างร้านบริษัทต่างก็มี Vision กันทุกๆแห่ง แล้วทำไมคนๆหนึ่งถึงไม่สร้าง Vision ให้ตัวเองละครับ


ดังนั้น ในค่าย SMART-i เราจึงสร้างกิจกรรมนี้ขึ้นมา ให้เด็กๆได้เขียน Vision ของเค้าลงไป (จำได้ไหมครับ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตั้งเป้าหมายที่ได้พูดถึงไว้ข้างต้น


กิจกรรมนี้ จะเป็นกิจกรรมสุดท้าย ที่สรุปรวบยอด ประสบการณ์ต่างๆ ที่เด็กๆได้รับจากค่าย SAMRT-i โดยได้กลั่นกรองออกมาเป็นงานเขียนบ้้าง งานศิลปะบ้าง


หลายคนถ่่ายทอดความรู้สึกผูกพันกับเพื่อนๆ และครูพี่เลี้ยง


หลายๆคนถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อพ่อแม่ แต่มีส่ิงหนึ่งที่ทุกคนทำเหมือนกันคือ


“เขียนจดหมาย”


ใช่ครับ เขียนจดหมาย หาคุณพ่อคุณแม่
เด็กๆเขียนเป้าหมาย หรือ ปณิธานของตัวเอง สื่อให้ผู้ปกครองทราบ
ครูตั้งใจให้เด็กๆสื่อตัวตนให้พ่อแม่ทราบ
เมื่อพ่อแม่ ทราบความต้องการและตัวตนของลูกๆ
ทั้งครอบครัวก็จะเริ่มคุยภาษาเดียวกันมากขึ้น
สุดท้ายก็จะเกิดร่วมมือกันในครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก
ร่วมมืออะไรหน่ะหรอ ก็คือร่วมมือกันพัฒนาและสร้างอนาคตของลูกน้อยให้เป็นจริงได้
ความร่วมมือนี้จะทำให้เด็กเติบโตไปเป็น ผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขครับ


ข่าวดีก็คือ ครูแก๊ปจะให้ Vision Board เด็กๆกลับไปที่บ้าน เพื่อเป็นควาทรงจำ และเป็นเครื่องมือในการตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป
“ทำเองที่บ้านก็ได้นะ”


ครูแก๊ป

087 484 7887

98/36 Mind Hof (Romklao - Suvarnabhumi), Thanon Rom Klao, Khlong Sam Prawet, Lat Krabang, Bangkok 1052

Line ID : panatdakitamura

kitamurahouse.info@gmail.com

Kitamura House

Pages